ยาสเตียรอยด์พ่นจมูก (intranasal steroids) เป็นยาที่ออกฤทธิ์เฉพาะที่ที่เยื่อบุจมูกได้ดี และมีผลต่อทั่วร่างกายต่ำ ได้เริ่มมีการนำยาสเตีรอยด์พ่นจมูกมาใช้รักษาโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ (allergic rhinitis) ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1974

กลไกในการออกฤทธิ์
ยาสเตียรอยด์ออกฤทธิ์โดยควบคุมการสังเคราะห์โปรตีน เมื่อพ่นยาสเตียรอยด์เข้าไปในโพรงจมูก ยาสเตียรอยด์จะผ่านเข้าไปในเซลล์ แล้วไปจับกับตัวรับสเตียรอยด์ แล้วเข้าไปนิวเคลียสของเซลล์ และมีผลต่อการสังเคราะห์โปรตีน โดยยับยั้งเซลล์ และการสร้าง และการหลั่งสารเคมี ที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบ ยาสเตียรอยด์พ่นจมูก จะลดปริมาณของเซลล์ที่เกี่ยวกับการอักเสบของเยื่อบุจมูก ทำให้ยับยั้งปฏิกิริยาการอักเสบภูมิแพ้ทั้งระยะแรก (early-phase reaction) และระยะหลัง (late-phase reaction) และปฏิกิริยาที่เยื่อบุจมูกมีความไวต่อสิ่งกระตุ้น (nasal hyperresponsiveness) มากกว่าปกติ

การเลือกใช้ยาสเตียรอยด์พ่นจมูกขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่
1. ราคา โดยยาสเตียรอยด์พ่นจมูกชนิดใหม่ๆ มักจะมีราคาแพงกว่ายาสเตียรอยด์พ่นจมูกชนิดเก่า ซึ่งควรเลือกยาสเตียรอยด์พ่นจมูกให้เหมาะกับเศรษฐานะของผู้ป่วยด้วย

2. อัตราเสี่ยงหรือความปลอดภัย เช่น ผู้ป่วยตั้งครรภ์, ให้นมบุตร, สูงอายุ, โรคตับ, โรคไต ตัวแปรที่วัดความปลอดภัยของยาสเตียรอยด์พ่นจมูกชนิดหนึ่งคือ ปริมาณของยาสเตียรอยด์พ่นจมูกที่ถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสโลหิต ยาสเตียรอยด์พ่นจมูกชนิดที่ถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสโลหิตน้อย ก็จะมีความปลอดภัยมากกว่า ยาสเตียรอยด์พ่นจมูก ชนิดที่ถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสโลหิตมาก

2.1 ผู้ป่วยตั้งครรภ์ จากการแบ่งประเภทของยาตามความเสี่ยงการเกิดความผิดปกติของตัวอ่อน ตามประกาศขององค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกา (US-FDA) พบว่ายาสเตียรอยด์พ่นจมูกทุกชนิด จัดอยู่ใน category C ทั้งหมด ยกเว้น budesonide ซึ่งจัดอยู่ใน Category B ดังนั้น ถ้าหญิงตั้งครรภ์ต้องการจะใช้ยาสเตียรอยด์พ่นจมูก ก็ควรเลือก budesonide

2.2 หญิงให้นมบุตร ยังไม่ทราบแน่นอนว่ายาสเตียรอยด์พ่นจมูก หลั่งออกมาทางน้ำนม มากน้อยเพียงใด แนะนำให้ใช้ยาสเตียรอยด์พ่นจมูกได้ในการรักษา แต่ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง

2.3 ผู้ป่วยสูงอายุ, โรคตับ, โรคไต ยาสเตียรอยด์พ่นจมูกมีการดูดซึมเข้าสู่กระแสโลหิตต่ำ จึงสามารถใช้ยาสเตียรอยด์พ่นจมูกได้อย่างปลอดภัยในผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคตับ หรือไต

3. ประโยชน์ (ประสิทธิภาพ) จากแนวทางการพัฒนาการตรวจรักษาโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ในคนไทย (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2554) ที่ได้แนะนำการใช้ยาสเตียรอยด์พ่นจมูก แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของยาสเตียรอยด์พ่นจมูกในการลดอาการต่างๆ ทางจมูกของผู้ป่วยโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้

เมื่อเปรียบเทียบความสามารถของยาสเตียรอยด์พ่นจมูกแต่ละชนิดในการจับกับตัวรับสเตียรอยด์ พบว่า FF จับกับตัวรับสเตียรอยด์ได้ดีสูงสุด รองลงมาคือ MF, FP, BDP, CIC, BUD และ TAA ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม จากหลักฐานเชิงประจักษ์เกี่ยวกับประสิทธิภาพของยาสเตียรอยด์พ่นจมูกในการรักษาโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ พบว่ายาสเตียรอยด์พ่นจมูกแต่ละชนิดนั้น ไม่มีความแตกต่างในเรื่องประสิทธิภาพในการรักษาโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ทางคลินิกอย่างมีนัยสำคัญ แสดงว่า ประสิทธิภาพทางคลินิกของยาสเตียรอยด์พ่นจมูกนั้น ไม่ได้ขึ้นกับความสามารถของยาสเตียรอยด์พ่นจมูกแต่ละชนิดในการจับกับตัวรับสเตียรอยด์ แต่เพียงอย่างเดียว

4. ความร่วมมือในการใช้ยา และความชอบของผู้ป่วย ปัญหาของยาที่ไหลออกมาจากโพรงจมูก (nose run out) หรือไหลลงคอ (throat run down) เป็นปัญหาสำคัญที่มีผลต่อความร่วมมือและความชอบในการใช้ยาของผู้ป่วย ถ้าปริมาตรของยาสเตียรอยด์ที่พ่นเข้าไปในโพรงจมูกน้อย ก็จะมีปัญหาดังกล่าวน้อยปริมาตรของยาสเตียรอยด์พ่นจมูกต่อการพ่น 1 ครั้ง จึงเป็นส่วนสำคัญที่มีผลต่อความร่วมมือในการใช้ยาสเตียรอยด์พ่นจมูก เมื่อเปรียบเทียบกันระหว่างยาสเตียรอยด์พ่นจมูกทั้ง 7 ชนิด พบว่า BUD และ FF มีปริมาตรของยาสเตียรอยด์พ่นจมูกต่อการพ่น 1 ครั้งน้อยที่สุด (รูปที่ 3) จึงน่าจะทำให้เกิดปัญหาของยาที่ไหลออกจากโพรงจมูกหรือไหลลงคอน้อยที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับยาสเตียรอยด์พ่นจมูกชนิดอื่นๆ นอกจากนั้นสารที่เติมลงไปในขวดของยาสเตียรอยด์พ่นจมูก ก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยชอบหรือไม่ชอบใช้ยาแต่ละชนิดด้วยสารดังกล่าวอาจระคายเคืองเยื่อบุจมูก และทำให้เยื่อบุจมูกแห้ง หรือมีกลิ่น หรือทำให้ผู้ป่วยรู้สึกมีรสแปลกๆในคอ

5. การตัดสินใจ และประสบการณ์ของแพทย์ หรือเภสัชกรในการใช้ยาสเตียรอยด์พ่นจมูกแต่ละชนิด ซึ่งถ้าเป็นที่โรงพยาบาล อาจขึ้นอยู่กับสิทธิ์ในการรักษาของผู้ป่วยด้วย เช่น ใช้สิทธิ์สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.), ประกันสังคม หรือ กรมบัญชีกลาง ซึ่งยาสเตียรอยด์พ่นจมูกที่อยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ มี 2 ชนิด คือ FF และ BUD

6. ข้อบ่งชี้ และอายุของผู้ป่วยที่ยาสเตียรอยด์พ่นจมูกได้รับการรับรองให้ใช้ได้ ซึ่งข้อบ่งชี้ของยาสเตียรอยด์พ่นจมูกที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของประเทศไทยให้การรับรอง มักจะคล้ายๆกัน คือ ใช้ในผู้ป่วยโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ (seasonal and perennial allergic rhinitis) แต่จะมีข้อบ่งชี้ปลีกย่อยแตกต่างกันไปบ้าง เช่น ยาสเตียรอยด์พ่นจมูกบางชนิด มีข้อบ่งชี้ให้ใช้ได้ในโรคริดสีดวงจมูก (BDP, BUD, MF), โรคเยื่อบุตาอักเสบภูมิแพ้ (FF) และโรคไซนัสอักเสบ (MF)